วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บุคคล

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บุคคล
บุคคล ทางกฎหมาย หมายถึง ผู้ซึ่งอาจมีหรืออยู่ภายใต้บังคับแห่ง สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย บุคคลตามกฎหมาย แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.บุคคลธรรมดา และ 2.นิติบุคคล1.บุคคลธรรมดา เริ่มต้นเมื่อทารกออกมาจากครรภ์มารดาหมดทั้งตัว และอยู่รอดเป็นทารก คือ หัวใจเต้นหรือหายใจแม้เพียงเสี้ยววินาที แม้จะยังไม่ตัดสายสะดือก็ตาม ย่อมมีสภาพบุคคลนับแต่นั้น เมื่อมีสภาพบุคคลแล้ว สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ก็ตามมา เช่น สิทธิที่จะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดาตามกฎหมาย(มาตรา1564 ตั้งแต่นี้จะเขียนเป็น ม.1564) สิทธิในการใช้ชื่อสกุลบิดา(ม.1561)สำคัญ ! สิทธิในร่างกายหรืออื่น ๆ เช่น มรดกซึ่งตนพึงได้รับเมื่อมีสภาพบุคคล หรือ สิทธิในผลประโยชน์อื่น บางประการซึ่งพึงได้รับหากทารกในครรภ์มีสภาพบุคคล เมื่อทารกได้คลอดและอยู่รอดเป็นทารกแล้ว ย่อมเรียกร้องสิทธิเหล่านั้นย้อนหลังไปได้ เช่น-บิดาเสียชีวิตในขณะที่ด.ช.แดง อยู่ในครรภ์มารดาได้3เดือน ดั่งนี้ ด.ช.แดง เมื่อคลอดและอยู่รอดเป็นทารกแล้ว ย่อมมีสิทธิในมรดกนั้น-นางขาว มารดาของด.ช.ดำ ถูก นายเขียวชกท้อง เป็นเหตุให้ด.ช.ดำซึ่งอยู่ในครรภ์มารดาขณะนั้น ได้รับความกระทบกระเทือน เมื่อคลอด ขาของด.ช.ดำ จึงพิการ ดังนี้ ด.ช.มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากนายเขียว ฐานละเมิดได้- การนับอายุบริบูรณ์ มีสูตรคิดดังนี้1.นำวันเกิด บวก 1 เสมอ2.เอาปีเกิดบวกด้วยอายุ3.เวลาเกิดนั้นจะเกิดเวลาไหนกฎหมายไม่สนใจ หากแต่เวลาที่อายุครบบริบูรณ์ คือ 0.00น.ตัวอย่าง นาย ก. เกิด21 มิถุนายน พ.ศ.2533 เกิดตอน9โมงเช้า จะมีอายุครบ20ปีบริบูรณ์เมื่อใดตอบ นาย ก. จะมีอายุครบ20ปีบริบูรณ์เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 0.00น.****กรณีไม่ทราบวัน เดือน ปีเกิด ย่อม เกิดปัญหาในการนับภูมิลำเนาของบุคคล ซึ่งหลักกฎหมายใน ปพพ.มิได้บัญญัติไว้ จึงอาศัยกฎหมายเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหาร มาใช้แก้ไขกรณีปัญหา ดังนี้1.ไม่ทราบวันเกิด แต่ทราบเดือนเกิด และปีเกิด เช่นนี้ให้ถือวันที่1ของเดือนนั้นเป็นวันที่เกิด2.ไม่ทราบวันเกิดและเดือนเกิดที่แน่นอน แต่ทราบปีเกิด กฎหมายให้ถือวันที่1 มกราคมของปีนั้นเป็นวันและเดือนเกิด3.ไม่ทราบทั้งวัน เดือน ปีเกิด กฎหมายให้พิจารณาจากรูปพรรณสัณฐานของบุคคลนั้นว่าควรมีอายุเท่าใด - ภูมิลำเนา วิธีพิจารณาว่าภูมิลำเนาอยู่ที่ใด เพื่อประโยชน์ทางกฎหมาย เช่น การส่งหมายศาล เป็นต้น1.ให้ถือหลักแหล่งสำคัญของบุคคลนั้น ว่าอาศัยอยู่ที่ใด ซึ่งอาจมีหลายแห่งก็ได้ เช่น ในกรณีที่ผู้นั้นอยู่อาศัยอย่างสับเปลี่ยน (ภูมิลำเนาจึงไม่จำเป็นต้องมีแห่งเดียว)2.ถ้าไม่มีภูมิลำเนาปรากฏ ให้ถือว่าถิ่นอยู่(ที่พบตัว)เป็นภูมิลำเนา3.บุคคลอาจมีภูมิลำเนาเฉพาะการได้ เช่น การย้ายที่อยู่ด้วยคำสั่งราชการ ให้ถือว่า ถิ่นที่อยู่ที่ถูกโยกย้ายไปนั้นเป็นภูมิลำเนา4.บุคคลผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก จะมีภูมิลำเนาที่ทัณฑสถานหรือเรือนจำ********

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น